Forgot your password?
6 poeple talking about this
thank you so much
ลุงแม็กซ์
Offline
@loongmax - on Wednesday
Copy Post URL
Open in a new tab

เห็นเค้าเล่น #เจี่ยนจื้อ (ลูกขนไก่ลีลา - shuttlecock) แล้ว ก็ยอมรับว่า สวยงามน่าตื่นเต้นดีนะ

แต่ดูยังไง ดูท่าไหน ก็นึกถึง #เซปักตะกร้อ ของอาเซียนตลอดเลย ดูแล้ว คิดแล้วก็อยากให้มีการแข่งขัน #ตะกร้อลีลา หรืออีเวนท์สวย ๆ นะ เช่น

ATC🥇Artistic Takraw Championship
ตะกร้อลีลา แชมเปี้ยนชิพ

WATF🥇 World Artistic Takraw Festival
เทศกาลตะกร้อลีลา

มีใครพร้อมจะริเริ่ม
#วงนอกดอทคอม
พร้อมร่วมเป็นสปอนเซอร์

ไอเดียนี้
ไม่ใช่เพิ่งจะคิดออกนะ
ปี 2532 เคยไปตระเวณขาย #ลูกพันธ์ปลาดุกบิ๊กอุย ที่ ศรีสะเกษ ตอนเย็นไปจอดแหมะพักผ่อนอยู่ที่โรงเรียนบ้านนอกแห่งหนึ่ง จำไม่ได้ว่าที่ไหน จำได้แค่ว่า เป็นโรงเรียนทางซ้ายมือของถนน ออกจาก อ.เมือง ไป อ.กันทรลักษ์ ห่างจากถนน ประมาณ 4-5 กม.

พวกเด็กนักเรียนชั้นประถม ราว ๆ ป5 ป6 กำลังเตะตะกร้อกัน มีเด็กหญิงด้วยนะ

เด็กพวกนี้ทรงพลังมาก แต่ที่ประทับใจมากก็คือ ถึงมันจะเป็นการเตะตะกร้อข้ามเน็ตเก่า ๆ แบบธรรมดา ๆ

ปรากฎว่าพวกเด็กแต่ละคน
เวลาเตะ พวกเขาไม่ได้เหวี่ยงแขนขาออกไปแบบธรรมดา ๆ แต่ละคนมีแอคชั่นแบบมวยไทยบ้าง มวยจีนบ้าง แม้กระทั่งท่าแปลงร่างได้มดแดง ก็ถูกนำมาใช้ ปล่อยแสงอุลตร้าแมนก็มี เด็กผู้หญิงนุ่งกระโปรงสวมกางเกงขาสั้น ก็เตะได้สวยงาม แรง และ ไม่โป๊เลย

คือเห็นแล้ว โคตรประทับใจเลย
#อยากเห็นการแข่งขันโชว์ตะกร้อลีลา ขึ้นมาเลย และสร้างกติกาที่ชัดเจนแบบ กีฬาโดดน้ำ หรือ อะไรก็ได้ที่จะเป็นมาตรฐานต่อ ๆ ไป

เห็น #ลูกขนไก่ลีลา แล้ว
อยาก แหมมมมมมมม ไปถึงโอลิมปิคเลย

#ใครเคยเห็นตะกร้อลีลาในไทย บ้าง มาเล่าสู่กันฟังหน่อย

thank you so much
ลุงแม็กซ์
Offline
@loongmax - week ago
Copy Post URL
Open in a new tab
#เขื่อนจีนแตก

น้ำทะลักท่วมหมู่บ้าน หนานหนิง
ประชาชนกว่าล้านคนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า

🇨🇳 ด่วน! จีนเจอวิกฤต #อ่างเก็บน้ำลิ่วหลาน แตก หลังเจอฝนถล่มหนักจากพายุ

🗓️ วันที่เกิดเหตุ: 6 กรกฎาคม 2026
🕚 เวลาประมาณ: ราว 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของจีน
📍สถานที่: อ่างเก็บน้ำ ลิ่วหลาน (Liulan Reservoir) เมืองเหิงโจว นครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซี
🌧️ สาเหตุหลักคือฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุ ทำให้สันอ่างเก็บน้ำพัง 2 จุด และทางการยกระดับการรับมืออุทกภัยเป็นระดับสูงสุดทันที

เกิดเหตุอ่างเก็บน้ำ #ลิ่วหลาน (六蓝水库 / หลิวหลาน) ในเมืองเหิงโจว นครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซี ประเทศจีน #เกิดการพังทลายของสันเขื่อน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 กรกฎาคม หลังฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น #เมยสัก (Maysak)

รายงานระบุว่า...

* สันเขื่อนพัง 2 จุด รวมความยาวประมาณ 50 เมตร
* มวลน้ำจำนวนมหาศาลไหลทะลักลงพื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว
* เจ้าหน้าที่อพยพประชาชนกว่า 300 คน ไปยังพื้นที่ปลอดภัย
* หลายพื้นที่เกิดไฟฟ้าดับ การสื่อสารติดขัด และถนนบางสายถูกน้ำตัดขาด
* จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน คลิปวิดีโอจากพื้นที่กำลังถูกแชร์อย่างกว้างขวางในโซเชียล แสดงให้เห็นกระแสน้ำโคลนไหลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านและพื้นที่เกษตรอย่างรุนแรง

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทางการนครหนานหนิงยกระดับการรับมือภัยพิบัติขึ้นสู่ระดับสูงสุด พร้อมเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและริมแม่น้ำเร่งอพยพหากได้รับคำสั่งจากเจ้าหน้าที่

📌 หมายเหตุ: ขณะนี้ข้อมูลส่วนใหญ่ยืนยันว่าเป็น #อ่างเก็บน้ำลิ่วหลาน (หลิวหลาน) แตก #ไม่ใช่เขื่อนขนาดใหญ่ระดับเมกะโปรเจกต์ของจีน และสถานการณ์ยังอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย แต่การพาดหัวว่า #เขื่อนแตก มันน่าจะเรียกร้องน่าสนใสจได้ดีกว่าคำว่า #อ่างเก็บน้ำแตก

#จีน #น้ำท่วมจีน #อ่างเก็บน้ำลิ่วหลาน #เขื่อนแตก #พายุเมยสัก #ข่าวต่างประเทศ

ข้อมูลข้างต้นสอดคล้องกับรายงาน...
รวมถึงสื่อไทยและรายงานที่อ้างอิงข้อมูลจากทางการจีน

-------------------

#วงนอกดอทคอม โซเชียลมาร์ท ตลาดซื้อขาย แลกเปลี่ยน ความรู้ ความรัก ความบันเทิง ให้บริการตลอด 24 ชม. เปิดบริการแล้ว

คลิกเลย https://wongnog.com

thank you so much
ลุงแม็กซ์
Offline
@loongmax - week ago
Copy Post URL
Open in a new tab
#อินฟลูคนดังคนไหนน้อ

?

เบื่ออิพวกเขียนข่าวแนวยึก ๆ ยัก ๆ กีก ๆ กั๊ก ๆ
https://www.facebook.com/share/p/1EPR3AVxf3/

thank you so much
ลุงแม็กซ์
Offline
@loongmax - 2 weeks ago
Copy Post URL
Open in a new tab
#หน้าจอทูเดย์

27 มิย. 2569
วันนี้ กลับบ้านรอบดึก พอเปิดจอคอมพ์ปุ๊บ ก็ต้องตะลึงตึ้ง ๆ กันเลย

เพราะภาพที่เห็นก็คือ #L1527
ภาพหน้าจอสวย
ๆ ที่เห็นในตอนนี้ก็คือ L1527

เคยเห็นครั้งแรกที่หน้าโน้ตบุ๊คของเพื่อนคนหนึ่ง พอถามดีเทล เค้าก็ตอบอะไรไม่ได้ เพราะมันแรนด้อมโผล่มา แต่วันนี้ มันโผล่มาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเราเองเลย ชอบมาก สวยจัง

#L1527 คือ #โปรโตสตาร์
หรือที่เรียกกันถนัดปากภาษาไทยก็คือ
#ดาวฤกษ์เกิดใหม่ มันเพิ่งจะมีอายุได้ประมาณ 100,000 ปี มันซ่อนตัวเองอยู่ในเมฆโมเลกุลในกลุ่มดาวราศีพฤษภ ห่างจากโลกประมาณ 450 ปีแสง มันเป็นเป้าหมายสำคัญที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (JWST)

มันถูกใช้ศึกษา ถูกใช้เพื่อทำความเข้าใจการกำเนิดดาวฤกษ์ในยุคแรกเริ่มนั่นเอง

ลักษณะเด่นของ L1527ก็คือรูปร่างรูปทรงที่คล้าย ๆ กับ นาฬิกาทราย มันถูกล้อมรอบด้วยจานฝุ่นหนาแน่นขนาดเท่าระบบสุริยะของเรา แสงจากโปรโตสตาร์ด้านในส่องสว่างออกมาในแนวดิ่ง ทำให้เกิดเป็นเนบิวลารูปนาฬิกาทราย สีสันสวยงามมาก

การปล่อยก๊าซของมัน มีก๊าซร้อนพุ่งออกมาชนกับฝุ่นรอบๆ ทำให้เกิดกลุ่มแก๊สเรืองแสงสีฟ้าและสีส้ม ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นฝุ่นที่แสงเดินทางผ่าน

สถานะการก่อตัวของมัน ยังไม่มีปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน แต่แก่นแกนกลางจะค่อยๆ บีบอัดจนกว่าอุณหภูมิจะสูงพอที่จะจุดระเบิดเป็นดาวฤกษ์เต็มตัว ซึ่งนับจากวันนี้ ก็คาดว่าต้องใช้เวลาอีกไม่นาน แค่ประมาณ 10 ถึง 50 ล้านปีของโลกเท่านั้นเอง โปรโตสตาร์ L1527 จึงจะสามารถพัฒนาไปจนถึงจุดที่อุณหภูมิและอัดแน่นพอที่จะจุดระเบิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน กลายเป็นดาวฤกษ์เต็มตัว

ภาพนี้ เป็นภาพถ่ายดาวฤกษ์เกิดใหม่ที่ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ James Webb Space Telescope ของ NASA รูปร่างเหมือนนาฬิกาทรายสีส้ม-ฟ้า-ม่วง

ตรงกลางภาพที่มืดๆ คือจานฝุ่นและแก๊สหนาแน่นที่บังตัวดาวฤกษ์แรกเกิดเอาไว้ ส่วนแสงสีส้มฟุ้งๆ ด้านบนและล่างคือแก๊สที่พุ่งออกมาจากดาวฤกษ์ กระแทกกับฝุ่นรอบๆ จนเรืองแสงออกมา สวยมากและเป็นภาพที่ดังมากๆ ช่วงปี 2022-2023

สวยดีจัง

เห็น นาฬิกาทรายแล้ว
ก็นึกถึงชีวิตมนุษย์อย่างพวกเรานะ เพราะเวลาของชีวิตทำหน้าที่นับถอยหลังไปเรื่อยๆ ทุกวินาที

แต่ในมุมดาราศาสตร์ นาฬิกาทรายอวกาศ L1527 ดวงนี้ไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของจุดจบ... แต่มันคือ #การเริ่มต้นใหม่ ต่างหาก เบื้องหลังกลุ่มแก๊สเรืองแสงนี้ กำลังมีดาวฤกษ์ดวงใหม่กำลังบรรจงบ่มเพาะตัวเองอย่างเงียบๆ ท่ามกลางความมืดมิดและแรงกดดันมหาศาล เพื่อรอวันที่จะ #จุดระเบิด เปล่งแสงสว่างเป็นของตัวเอง

ว่าไปแล้ว ชีวิตมนุษย์เราก็คงไม่ต่างกัน...
บางช่วงเวลาที่เรารู้สึกมืดแปดด้านและกดดัน เหมือนกำลังจะจบ แต่จริง ๆ แล้ว มันก็อาจจะไม่ใช่จุดจบจริง ๆ แต่มันแค่กำลังเป็นช่วงเวลาที่เรากำลังสะสมพลังเพื่อเตรียม #เปล่งประกาย ในเวอร์ชันที่ดีที่สุดเพราะภายใต้ความมืดมิดที่ยาวนาน

สิ่งที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นมา...
คือแสงสว่างที่งดงามเสมอ ✨

#วงนอกดอทคอม ก็เช่นกัน
มาร่วมกัน มาช่วยกันสร้าง และ สะสม
เพื่อจะ #เปล่งแสงเปล่งพลังที่ยิ่งใหญ่
ไปต่อด้วยกันนะครั...
://wongnog.com

thank you so much
ลุงแม็กซ์
Offline
@loongmax - 3 weeks ago
Copy Post URL
Open in a new tab

Einstein กับ Bohr เถียงกันเรื่อง #พระเจ้าไม่ทอยลูกเต๋า
ทำให้วิทย์และฟิสิกส์
ขยับมาถึงขนาดนี้
และ ทำให้คำสอนของพระพุทธเจ้า ได้รับการยอมรับว่า ทุกสิ่งที่พระพุทธเจ้า เป็นวิทยาศาสตร์ และ เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในโลก และ จักรวาลนี้

เห็น #จานเชน โพสท์รูปไว้ที่นี่
https://www.facebook.com/share/p/1CxaGJXpoV/
ก็อึ้งถึงกับต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติม
ในภาพนี้ เห็นหน้าปุบ จำได้ 2 คน ก็คือ ไอสไตน์ กับ มารี คูรี่

แต่ #ภาพนี้คืออะไร ?

ภาพนี้คือ **การประชุมโซลเวย์ ครั้งที่ 5 ปี 1927** หรือ Solvay Conference 1927 ที่บรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม
----------------
ภาพนี้มีชื่อเสียงภาพ มีอายุภาพประมาณ 99 ปี มันคือ #ภาพถ่ายหมู่ทางประวัติศาสตร์ของนักฟิสิกส์ยุคต้น... ลักษณะเสื้อผ้า อาคาร และองค์ประกอบภาพ บ่งชี้ชัดว่าเป็นยุโรปช่วงราวปี 1920s

สิ่งที่สังเกตได้
เป็นกลุ่มนักวิทยาศาสตร์/นักวิชาการระดับสูง (ส่วนใหญ่ชาย แต่มีผู้หญิงอยู่หนึ่งคนตรงกลางแถวหน้า)
ถ่ายหน้าสถาบันหรืออาคารวิชาการ
เป็นภาพขาวดำเก่ามาก
หลายคนในภาพมีบทบาทสำคัญต่อการวางรากฐานฟิสิกส์สมัยใหม่ เช่น ทฤษฎีควอนตัม, สัมพัทธภาพ, โครงสร้างอะตอม

ความพิเศษของภาพนี้คือ:
มักถูกเรียกว่า “ภาพที่รวม IQ สูงที่สุดภาพหนึ่งของมนุษยชาติ”
หลายคนในภาพต่อมาได้รางวัล Nobel Prize จำนวนมาก
การประชุมครั้งนั้นถกเถียงกันเรื่อง “ธรรมชาติของความจริง” ในระดับอะตอม เช่น อิเล็กตรอนอยู่ที่ไหนก่อนเราวัดมัน

รูปนี้จึงโด่งดัง มีชื่อเสียงมาก เพราะเป็นการรวมตัวของนักฟิสิกส์และนักเคมีระดับหัวกะทิของโลกยุคต้นศตวรรษที่ 20 เกือบทั้งวงการ หัวข้อหลักคือ #อิเล็กตรอนและโฟตอน ซึ่งคือจุดเริ่มต้นของการถกเถียงเรื่อง #กลศาสตร์ควอนตัม

IQ
รวมกันในภาพนี้ทะลุเพดานไปไกลมากเลยนะ เพราะ 17 จาก 29 คนในภาพได้รางวัลโนเบล

#คนดังๆ ที่เห็นชัดในภาพ

แถวหน้านั่ง
1. Albert Einstein
คนกลางผมฟู มีหนวด เจ้าของทฤษฎีสัมพัทธภาพ

2. Marie Curie
ผู้หญิงคนเดียวในภาพ ใส่ชุดดำ ได้โนเบล 2 สาขา ฟิสิกส์กับเคมี

3. Max Planck
คนที่ 2 จากซ้าย บิดาแห่งทฤษฎีควอนตัม

4. Hendrik Lorentz
คนกลางแถวหน้า เคราแพะ ประธานการประชุม

5. Niels Bohr
แถว 2 คนที่ 2 จากขวา แบบจำลองอะตอมของบอร์

6. Paul Dirac
แถว 2 คนกลาง สมการดิแรก ทำนายปฏิสสาร

7. Erwin Schrödinger
แถวหลัง คนที่ 3 จากขวา สมการชเรอดิงเงอร์ แมวของชเรอดิงเงอร์

8. Werner Heisenberg
แถวหลัง คนที่ 3 จากขวา หลักความไม่แน่นอน

9. Wolfgang Pauli
แถวหลัง คนที่ 4 จากขวา หลักการกีดกันของเพาลี

10. Max Born
แถว 2 คนที่ 2 จากขวา ตีความฟังก์ชันคลื่น

#ความเจ๋งสุดๆของภาพนี้
นี่คือตอนที่
Einstein กับ Bohr เถียงกันเรื่อง พระเจ้าไม่ทอยลูกเต๋า เพราะ Einstein ไม่เชื่อว่าธรรมชาติมีแต่ความน่าจะเป็น ส่วน Bohr กับพวกควอนตัมบอกว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ การเถียงกันครั้งนั้นเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ฟิสิกส์ไปตลอดกาล

เรียกได้ว่าเป็นภาพ The Avengers แห่งวงการวิทยาศาสตร์ ของจริง.

thank you so much
ลุงแม็กซ์
Offline
@loongmax - 3 weeks ago
Copy Post URL
Open in a new tab

อ่านบทความของคุณ ณัฐ เหลืองนฤมิตชัย แล้วอึ้งมาก ประทับใจในตัวคุณ Sundar Pichai CEO ของ Google ขึ้นมาก ๆ เลย จากที่แค่เคยอึ้ง ๆ ตอนนี้ถึงต้อง #อึ้งเป้นที่สุดเลย

คุณณัฐ
เป็นผู้บริหารระดับสูง และ นักเขียนชาวไทย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (Executive Vice President) และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี (Technology Excellence Expert) แห่ง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงเป็นกรรมการผู้จัดการร่วมของ SETTRADE.com เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการเงิน (FinTech) ของประเทศไทยและผู้เผยแพร่บทความด้านนวัตกรรมดิจิทัลในตลาดทุน

คุณณัฐ เขียนถึงคุณ Sundar Pichai CEO ของ Google ไว้ดีมาก ๆ แบบนี้ครับ
--------------

เมื่อคืน Sundar Pichai CEO ของ Google ได้รับเชิญไปกล่าว commencement speech ที่
มหาวิทยาลัย Stanford แต่กลับโดนเด็กนับร้อยคนประท้วงเดินออก และโห่ไล่ เนื่องจาก Google ให้บริการกับรัฐบาลอิสราเอล

แต่ เขาก็ยังพูดกับคนที่เหลืออยู่

เขาเริ่มต้นด้วยการเล่าติดตลกว่านี่เป็นเพียงการกล่าวสุนทรพจน์จบการศึกษาครั้งที่ 2 ของเขา โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงล็อกดาวน์โควิดปี 2020 ซึ่งเขาต้องถ่ายทำวิดีโอจากสวนหลังบ้านพร้อมกับทรงผมที่เขาตัดเอง

เขาเข้าใจดีว่าบัณฑิตหลายคนอาจรู้สึกกดดันที่ต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ ทั้งเรื่องเกรด กิจกรรม หรือการหาประสบการณ์ แต่เขาเผยความลับว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลชี้ชะตาชีวิตมากอย่างที่คิด
เขาเล่าประสบการณ์สมัยเรียนที่เคยโดดเรียนเป็นครั้งแรกเพื่อขับรถไปเวกัสกับเพื่อนชื่อ Pat ระหว่างทางเขาได้เห็นหิมะเป็นครั้งแรกในชีวิต (เขามาจากอินเดีย ไม่เคยเห็นหิมะ และไม่เคยโดดเรียน) และเมื่อกลับมาเขาก็พบว่าโลกไม่ได้แตกสลายหากเราจะปล่อยวางหรือผ่อนคลายลงบ้าง

#เพื่อให้ชีวิตก้าวเดินไปข้างหน้า ได้แนะแนวคิดที่เป็นตัวกรองสามข้อ
1. เลือกที่จะมองโลกในแง่ดี (Choose Optimism)
ในยุคที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความวิตกกังวล เขาแนะนำให้เราเลือกที่จะตีกรอบมุมมองในแง่บวก เขาเล่าถึงชีวิตวัยเด็กในเมืองเจนไน ประเทศอินเดีย ที่เทคโนโลยีเข้าถึงได้ยาก แต่พ่อแม่ก็ไม่เคยปล่อยให้ข้อจำกัดเหล่านั้นมาปิดกั้นจินตนาการของเขา
เมื่อเขามาถึงแคลิฟอร์เนียครั้งแรก เขาแปลกใจที่ภูเขาไม่ได้เขียวชอุ่มตามภาพจำ แต่กลับเป็นสีน้ำตาล โฮสต์แฟมิลี่ของเขาจึงปรับมุมมองให้ใหม่ว่าพวกเขาเรียกมันว่าภูเขาสี ทอง (Golden) ซึ่งการเปลี่ยนมุมมองเพียงเล็กน้อยนี้ส่งผลต่อวิธีคิดของเขาอย่างมหาศาล

2. พาตัวเองไปทำในสิ่งที่ยาก (Gravitate towards working on hard things)
เขาเล่าถึงตอนสัมภาษณ์งานที่ Google ในวันเดียวกับที่เปิดตัว Gmail ซึ่งทุกคนคิดว่าพื้นที่ความจุ 1GB เป็นเรื่องทะเยอทะยานและแทบเป็นไปไม่ได้ (เปิดตัววันที่ 1 เมษ หรือ April Fool’s Day)
นอกจากนี้ เขายังเล่าถึงการริเริ่มสร้างเว็บเบราว์เซอร์ Chrome ด้วยทีมวิศวกรเพียง 10 คน แต่ก็ยังสามารถมีส่วนแบ่งการตลาดได้ 2% แต่ CEO ของ Microsoft (Steve Ballmer) ในตอนนั้นยังเคยหัวเราะเยาะและมองว่าเป็นแค่ การปัดเศษ (Rounding error) แต่ด้วยความมุ่งมั่นและเป้าหมายที่ท้าทาย ในที่สุด Chrome ก็ประสบความสำเร็จ การทำงานที่ยากจะดึงดูดคนเก่งๆ และคนที่มองโลกในแง่ดีเข้ามาร่วมงานด้วย

3. ทำในสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้น (Do the thing that excites you)
Sundar เล่าถึงความตื่นเต้นตอนที่เขาได้เห็นคอมพิวเตอร์เรียงรายให้ใช้งานได้ตลอดเวลาที่สแตนฟอร์ดในปี 1993 เขาเห็นว่าอินเทอร์เน็ตจะเป็นตัวขับเคลื่อนความก้าวหน้าของมนุษย์ และความตื่นเต้นที่จะนำเทคโนโลยีไปสู่ผู้คนให้มากที่สุดคือเหตุผลที่เขาเลือกทำงานที่ Google
เขาฝากข้อคิดทิ้งท้ายว่า อย่าเลือกทางเดินชีวิตเพียงเพราะมันเป็นสิ่งที่พ่อแม่หรือสังคมคาดหวัง แต่ให้เลือกทำในสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นจนต้องหยิบมาคุยกับรูมเมทจนดึกดื่น
ในตอนท้าย เขาแสดงความยินดีกับบัณฑิตและให้กำลังใจว่า ชีวิตยังมีเหตุการณ์รออยู่อีกมากมาย สิ่งสำคัญคือการก้าวเดินต่อไปข้างหน้าด้วยความหวังและมองเห็นภูเขาสีทองในชีวิตครับ
ที่ผมว่า น่าสนใจคือ ต่างกับ Eric Schmidt ที่โดนเด็กโห่ทุกครั้งที่พูดคำว่า AI เขากลับแทบไม่ได้พูดถึง
มันเลยครับ
--------------

ขอบคุณคุณณัฐที่ช่วยเปิดหูเปิดตาครับ