Forgot your password?
ภาพน
2 poeple talking about this
thank you so much
ลุงแม็กซ์
Offline
@loongmax - 2 weeks ago
Copy Post URL
Open in a new tab
#หน้าจอทูเดย์

27 มิย. 2569
วันนี้ กลับบ้านรอบดึก พอเปิดจอคอมพ์ปุ๊บ ก็ต้องตะลึงตึ้ง ๆ กันเลย

เพราะภาพที่เห็นก็คือ #L1527
ภาพหน้าจอสวย
ๆ ที่เห็นในตอนนี้ก็คือ L1527

เคยเห็นครั้งแรกที่หน้าโน้ตบุ๊คของเพื่อนคนหนึ่ง พอถามดีเทล เค้าก็ตอบอะไรไม่ได้ เพราะมันแรนด้อมโผล่มา แต่วันนี้ มันโผล่มาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเราเองเลย ชอบมาก สวยจัง

#L1527 คือ #โปรโตสตาร์
หรือที่เรียกกันถนัดปากภาษาไทยก็คือ
#ดาวฤกษ์เกิดใหม่ มันเพิ่งจะมีอายุได้ประมาณ 100,000 ปี มันซ่อนตัวเองอยู่ในเมฆโมเลกุลในกลุ่มดาวราศีพฤษภ ห่างจากโลกประมาณ 450 ปีแสง มันเป็นเป้าหมายสำคัญที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (JWST)

มันถูกใช้ศึกษา ถูกใช้เพื่อทำความเข้าใจการกำเนิดดาวฤกษ์ในยุคแรกเริ่มนั่นเอง

ลักษณะเด่นของ L1527ก็คือรูปร่างรูปทรงที่คล้าย ๆ กับ นาฬิกาทราย มันถูกล้อมรอบด้วยจานฝุ่นหนาแน่นขนาดเท่าระบบสุริยะของเรา แสงจากโปรโตสตาร์ด้านในส่องสว่างออกมาในแนวดิ่ง ทำให้เกิดเป็นเนบิวลารูปนาฬิกาทราย สีสันสวยงามมาก

การปล่อยก๊าซของมัน มีก๊าซร้อนพุ่งออกมาชนกับฝุ่นรอบๆ ทำให้เกิดกลุ่มแก๊สเรืองแสงสีฟ้าและสีส้ม ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นฝุ่นที่แสงเดินทางผ่าน

สถานะการก่อตัวของมัน ยังไม่มีปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน แต่แก่นแกนกลางจะค่อยๆ บีบอัดจนกว่าอุณหภูมิจะสูงพอที่จะจุดระเบิดเป็นดาวฤกษ์เต็มตัว ซึ่งนับจากวันนี้ ก็คาดว่าต้องใช้เวลาอีกไม่นาน แค่ประมาณ 10 ถึง 50 ล้านปีของโลกเท่านั้นเอง โปรโตสตาร์ L1527 จึงจะสามารถพัฒนาไปจนถึงจุดที่อุณหภูมิและอัดแน่นพอที่จะจุดระเบิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน กลายเป็นดาวฤกษ์เต็มตัว

ภาพนี้ เป็นภาพถ่ายดาวฤกษ์เกิดใหม่ที่ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ James Webb Space Telescope ของ NASA รูปร่างเหมือนนาฬิกาทรายสีส้ม-ฟ้า-ม่วง

ตรงกลางภาพที่มืดๆ คือจานฝุ่นและแก๊สหนาแน่นที่บังตัวดาวฤกษ์แรกเกิดเอาไว้ ส่วนแสงสีส้มฟุ้งๆ ด้านบนและล่างคือแก๊สที่พุ่งออกมาจากดาวฤกษ์ กระแทกกับฝุ่นรอบๆ จนเรืองแสงออกมา สวยมากและเป็นภาพที่ดังมากๆ ช่วงปี 2022-2023

สวยดีจัง

เห็น นาฬิกาทรายแล้ว
ก็นึกถึงชีวิตมนุษย์อย่างพวกเรานะ เพราะเวลาของชีวิตทำหน้าที่นับถอยหลังไปเรื่อยๆ ทุกวินาที

แต่ในมุมดาราศาสตร์ นาฬิกาทรายอวกาศ L1527 ดวงนี้ไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของจุดจบ... แต่มันคือ #การเริ่มต้นใหม่ ต่างหาก เบื้องหลังกลุ่มแก๊สเรืองแสงนี้ กำลังมีดาวฤกษ์ดวงใหม่กำลังบรรจงบ่มเพาะตัวเองอย่างเงียบๆ ท่ามกลางความมืดมิดและแรงกดดันมหาศาล เพื่อรอวันที่จะ #จุดระเบิด เปล่งแสงสว่างเป็นของตัวเอง

ว่าไปแล้ว ชีวิตมนุษย์เราก็คงไม่ต่างกัน...
บางช่วงเวลาที่เรารู้สึกมืดแปดด้านและกดดัน เหมือนกำลังจะจบ แต่จริง ๆ แล้ว มันก็อาจจะไม่ใช่จุดจบจริง ๆ แต่มันแค่กำลังเป็นช่วงเวลาที่เรากำลังสะสมพลังเพื่อเตรียม #เปล่งประกาย ในเวอร์ชันที่ดีที่สุดเพราะภายใต้ความมืดมิดที่ยาวนาน

สิ่งที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นมา...
คือแสงสว่างที่งดงามเสมอ ✨

#วงนอกดอทคอม ก็เช่นกัน
มาร่วมกัน มาช่วยกันสร้าง และ สะสม
เพื่อจะ #เปล่งแสงเปล่งพลังที่ยิ่งใหญ่
ไปต่อด้วยกันนะครั...
://wongnog.com

thank you so much
ลุงแม็กซ์
Offline
@loongmax - 3 weeks ago
Copy Post URL
Open in a new tab

Einstein กับ Bohr เถียงกันเรื่อง #พระเจ้าไม่ทอยลูกเต๋า
ทำให้วิทย์และฟิสิกส์
ขยับมาถึงขนาดนี้
และ ทำให้คำสอนของพระพุทธเจ้า ได้รับการยอมรับว่า ทุกสิ่งที่พระพุทธเจ้า เป็นวิทยาศาสตร์ และ เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในโลก และ จักรวาลนี้

เห็น #จานเชน โพสท์รูปไว้ที่นี่
https://www.facebook.com/share/p/1CxaGJXpoV/
ก็อึ้งถึงกับต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติม
ในภาพนี้ เห็นหน้าปุบ จำได้ 2 คน ก็คือ ไอสไตน์ กับ มารี คูรี่

แต่ #ภาพนี้คืออะไร ?

ภาพนี้คือ **การประชุมโซลเวย์ ครั้งที่ 5 ปี 1927** หรือ Solvay Conference 1927 ที่บรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม
----------------
ภาพนี้มีชื่อเสียงภาพ มีอายุภาพประมาณ 99 ปี มันคือ #ภาพถ่ายหมู่ทางประวัติศาสตร์ของนักฟิสิกส์ยุคต้น... ลักษณะเสื้อผ้า อาคาร และองค์ประกอบภาพ บ่งชี้ชัดว่าเป็นยุโรปช่วงราวปี 1920s

สิ่งที่สังเกตได้
เป็นกลุ่มนักวิทยาศาสตร์/นักวิชาการระดับสูง (ส่วนใหญ่ชาย แต่มีผู้หญิงอยู่หนึ่งคนตรงกลางแถวหน้า)
ถ่ายหน้าสถาบันหรืออาคารวิชาการ
เป็นภาพขาวดำเก่ามาก
หลายคนในภาพมีบทบาทสำคัญต่อการวางรากฐานฟิสิกส์สมัยใหม่ เช่น ทฤษฎีควอนตัม, สัมพัทธภาพ, โครงสร้างอะตอม

ความพิเศษของภาพนี้คือ:
มักถูกเรียกว่า “ภาพที่รวม IQ สูงที่สุดภาพหนึ่งของมนุษยชาติ”
หลายคนในภาพต่อมาได้รางวัล Nobel Prize จำนวนมาก
การประชุมครั้งนั้นถกเถียงกันเรื่อง “ธรรมชาติของความจริง” ในระดับอะตอม เช่น อิเล็กตรอนอยู่ที่ไหนก่อนเราวัดมัน

รูปนี้จึงโด่งดัง มีชื่อเสียงมาก เพราะเป็นการรวมตัวของนักฟิสิกส์และนักเคมีระดับหัวกะทิของโลกยุคต้นศตวรรษที่ 20 เกือบทั้งวงการ หัวข้อหลักคือ #อิเล็กตรอนและโฟตอน ซึ่งคือจุดเริ่มต้นของการถกเถียงเรื่อง #กลศาสตร์ควอนตัม

IQ
รวมกันในภาพนี้ทะลุเพดานไปไกลมากเลยนะ เพราะ 17 จาก 29 คนในภาพได้รางวัลโนเบล

#คนดังๆ ที่เห็นชัดในภาพ

แถวหน้านั่ง
1. Albert Einstein
คนกลางผมฟู มีหนวด เจ้าของทฤษฎีสัมพัทธภาพ

2. Marie Curie
ผู้หญิงคนเดียวในภาพ ใส่ชุดดำ ได้โนเบล 2 สาขา ฟิสิกส์กับเคมี

3. Max Planck
คนที่ 2 จากซ้าย บิดาแห่งทฤษฎีควอนตัม

4. Hendrik Lorentz
คนกลางแถวหน้า เคราแพะ ประธานการประชุม

5. Niels Bohr
แถว 2 คนที่ 2 จากขวา แบบจำลองอะตอมของบอร์

6. Paul Dirac
แถว 2 คนกลาง สมการดิแรก ทำนายปฏิสสาร

7. Erwin Schrödinger
แถวหลัง คนที่ 3 จากขวา สมการชเรอดิงเงอร์ แมวของชเรอดิงเงอร์

8. Werner Heisenberg
แถวหลัง คนที่ 3 จากขวา หลักความไม่แน่นอน

9. Wolfgang Pauli
แถวหลัง คนที่ 4 จากขวา หลักการกีดกันของเพาลี

10. Max Born
แถว 2 คนที่ 2 จากขวา ตีความฟังก์ชันคลื่น

#ความเจ๋งสุดๆของภาพนี้
นี่คือตอนที่
Einstein กับ Bohr เถียงกันเรื่อง พระเจ้าไม่ทอยลูกเต๋า เพราะ Einstein ไม่เชื่อว่าธรรมชาติมีแต่ความน่าจะเป็น ส่วน Bohr กับพวกควอนตัมบอกว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ การเถียงกันครั้งนั้นเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ฟิสิกส์ไปตลอดกาล

เรียกได้ว่าเป็นภาพ The Avengers แห่งวงการวิทยาศาสตร์ ของจริง.